เนื่องจากช่วงนี้น้องๆอยู่ในช่วงกำลังเอ็นท์กัน เราก็ขออิงกระแสกันนิดหน่อย ด้วยความที่เห็นเด็กเป็นล้านๆคนแย่งกันเข้ามหาลัยรัฐที่มีที่นั่งเพียงหยิบมือ เหอ เหอ เห็นแล้วทุกข์ทรมาณแทน แต่ก็น่ะ เราก็ผ่านมาแล้ว และก็เป็นคนในหยิบมือนั้นที่เข้ามานั่งในมหาลัยรัฐ หรือมหาลัยปิด ท่ามกลางความคิดของหลายคน ว่าเฮ้ย มหาลัยรัฐดีงั้นโง้นงี้ แง่ดีหลายๆอย่างที่ทุกคนคงจะรู้กันอยู่แล้วว่า มหาลัยรัฐมีชื่อเสียงและได้การยอมรับจากสังคม (เฮ้ย มหาลัยเอกชน ไม่ยอมรับกันหรือไง 555+) อีกทั้งค่าเทอมถูก ฯลฯ
นั้นคือในแง่มุมที่ถูกมองจากภายนอก นั้นคือสิ่งที่สายตาของคนอื่นมองมหาลัยรัฐ แต่เด็กในมหาลัยรัฐเองล่ะ มองยังไง
วันนี้ในฐานะที่ยังไงๆก็เรียนมหาลัยรัฐนี้ ขอมาบอกเล่าความรู้สึกหน่อยเหอะ ว่ามหาลัยปิด...ได้ให้อะไรกับคุณบ้าง
1.ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามหาลัยปิด เข้าก็ยาก...ออกโครตยากกว่า
อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์หลังจากที่เข้ามาอยู่ได้ไม่นาน ...มันออกยากจิงๆค่ะพี่น้องงงง การเรียนที่หินโหด ทรหดเหมือนฝึกnavy seal ยังไงอย่างนั้น
2.ผมทรงใหม่ที่ไม่ต้องเสียตังค์ไปทำ
นานๆไป สีผม + ทรงผมของคุณนั้น จะเปลี่ยนไปอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะสีผมที่ไม่ต้องไปเสียตังค์กัดสีผมให้ลำบาก มันขาวของมันเอง 555+ มันมาจากเครียดค่า เครียด เรียนหนักไปไหน รวมทั้งผมทรงใหม่ที่ไม่ต้องไปเสียเวลายี เพราะฟูฟ่องของมันเอง ...จะเอาเวลาที่ไหนเข้าร้านทำผมฟร่ะ
3.หุ่นที่ฟิต + เฟิรม์
โดยเฉพาะตรงกล้ามแขนนี่แหล่ะ แบกหนังสือตั้งเท่าบ้าน เดินระยะสั้นจากห้องสมุดไปที่คณะ ระยะยาวจากมหาลัยไปบ้าน แล้วที่เลวร้ายสุด ขาแบกมาคืนน้ำหนักเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพราะทยอยๆขนมา แต่คืนให้คราวเดียว ...กล้ามไม่ขึ้นให้มันรู้ไป
4.ผิวสี
แน่นอนค่า ว่าผิวสีนี้ได้มาจากการออกภาคสนาม ตากแดดมันเข้าไปสิ กลับบ้านมาพ่อแม่จำแทบไม่ได้ นึกว่าเงาะที่ไหนหนีเข้าเมืองมาที่บ้าน ครีมกันแดดสูงไปถึง5แสนก็เอาไม่อยู่ ก็ดี โผล่มาแบบสาวโตเกียว คล้ำ ดี
5.มิตรภาพหลากหลายรูปแบบ
แน่นอนว่าเพื่อนมหาลัยเนี่ยต่างกับระดับมัธยมมาก คือมันไม่สนิทแนบแน่นเท่ากับสมัยมัธยมเท่าไหร่ หรือจะสนิทกันก็เป็นไปในรูปแบบ ที่ผ่านความลำบากมาด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันก็ยังมีกำแพงบางๆกั้นระหว่างเพื่อนมหาลัยอยู่ดี ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเราข้ามมันไปได้ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมันคงจะดีขึ้นแน่นนอน
6.เกมเซอร์ไวเวอร์ของแท้และแน่นอน
เป็นเกมคนจริงชีวิตจริงที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ว่ะ ฮ่า ฮ่า
ในสมัยมัธยมเราจะมีครูที่ปรึกษา พ่อแม่ เป็นเบื้องหลังให้พวกเรา มีปัญหาอะไร คุณๆเหล่านี้สามารถช่วยเราได้เสมอ แต่ในมหาลัย มันไม่อย่างนั้นหรอกน่ะ
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น ครูบาอาจารย์เค้ามีหน้าที่แค่สอนตามวิชาที่กำหนดมาเท่านั้นแหล่ะ ไม่ได้มามีความเข้าใจอะไรในตัวนักศึกษาหรือ เข้ามาช่วยเหลืออะไรเราได้มากมาย พ่อแม่อีกเหมือนกัน ...ไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องปัญหาในมหาลัยได้เลย ...แม้กรทั่งจะทำเรื่องลาออกก็เถอะ ทำเองหมดน่ะค่ะ
เพราะงั้นการที่จะเป็นเด็กมหาลัยได้ ต้องรู้จักพึ่งตัวเองให้เป็น อย่าไปหวังพึ่งใคร แม้กระทั่งเพื่อน เพราะเพื่อนมันก็มีปัญหาในแบบของมันเหมือนกัน
7.ฝึกวิ่งไปในตัว
4 ปีนี้ เป็นช่วงเวลาของการฝึกความอดทน...อย่างมากกกกกกกก เพราะมหาลัยรัฐเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย การทำเรื่องขออะไรก็แล้วแต่ มันค่อนข้างที่จะใช้เวลานาน และผ่านหลายขั้นตอน ไม่มีจุด วันสต็อป - เซอร์วิซ แต่อย่างใด เพราะงั้นจะยื่นเรื่องอะไร อยากได้เร็วต้องไปวิ่งเอง รอให้พวกพี่ๆเจ้าหน้าที่เค้าทำให้ คงรอกันเหนื่อยอ่ะน่ะ
8.หมีแพนด้า
ของแถมจากการเข้ามหาลัยรัฐได้คือ ได้หมีแพนด้ามาเลี้ยงในบ้านหนึ่งตัว อาจจะงง ว่ามายังไง ลองส่องกระจกดูมั้ย มันอยู่ในนั้นแหล่ะ
นอนดึกมันได้ทุกวัน ไม่ตาดำคล้ำกันยังไงไหว วันไหนไม่ทำรายงานจนถึงฟ้าสาง ก็นั่งอ่านหนังสือสอบแบบมาราธอน ซึ่งอ่านหนักยิ่งกว่าตอนสอบเอ็นท์สิบเท่า
9.โรคถามหา
โรคกะเพาะเอย ไมเกรนเอย สารพัดที่มาจากความเครียด + ทั้งเวลาที่มีจำกัด จบไปได้อาชีพเภสัชอีกอย่าง จัดยากินเองซะ
10. ความอดทน
ที่บ่นๆมาทั้งนั้นทั้งนี้ มันก็ไม่ใช่เพราะใครหรอก ก็เราๆเองทั้งนั้นแหล่ะ ถ้าเรารู้จักแบ่งเวลา รักษาเวลาให้เป็น มันคงไม่ต้องลำบากอย่างนี้ เพราะงั้น มหาลัยทุกมหาลัยมีคุณค่า และความดีอยู่ในตัวมันเอง แต่มันจะให้คุณให้โทษ ขึ้นอยู่กับเราทั้งนั้นแหล่ะ เพราะงั้น ตัวเองเป็นสิ่งที่กำหนดให้ดีที่สุด ถึงแม้คุณจะเข้ามหาลัยดังที่สุดในประเทศได้ แต่เรียนๆเล่นๆ ไม่เอาจริง มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร
เพราะงั้น...แค่ตัวเองก็พอแล้ว




