2007/Mar/09

เนื่องจากช่วงนี้น้องๆอยู่ในช่วงกำลังเอ็นท์กัน เราก็ขออิงกระแสกันนิดหน่อย ด้วยความที่เห็นเด็กเป็นล้านๆคนแย่งกันเข้ามหาลัยรัฐที่มีที่นั่งเพียงหยิบมือ เหอ เหอ เห็นแล้วทุกข์ทรมาณแทน แต่ก็น่ะ เราก็ผ่านมาแล้ว และก็เป็นคนในหยิบมือนั้นที่เข้ามานั่งในมหาลัยรัฐ หรือมหาลัยปิด ท่ามกลางความคิดของหลายคน ว่าเฮ้ย มหาลัยรัฐดีงั้นโง้นงี้ แง่ดีหลายๆอย่างที่ทุกคนคงจะรู้กันอยู่แล้วว่า มหาลัยรัฐมีชื่อเสียงและได้การยอมรับจากสังคม (เฮ้ย มหาลัยเอกชน ไม่ยอมรับกันหรือไง 555+) อีกทั้งค่าเทอมถูก ฯลฯ

นั้นคือในแง่มุมที่ถูกมองจากภายนอก นั้นคือสิ่งที่สายตาของคนอื่นมองมหาลัยรัฐ แต่เด็กในมหาลัยรัฐเองล่ะ มองยังไง

วันนี้ในฐานะที่ยังไงๆก็เรียนมหาลัยรัฐนี้ ขอมาบอกเล่าความรู้สึกหน่อยเหอะ ว่ามหาลัยปิด...ได้ให้อะไรกับคุณบ้าง

1.ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามหาลัยปิด เข้าก็ยาก...ออกโครตยากกว่า

อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์หลังจากที่เข้ามาอยู่ได้ไม่นาน ...มันออกยากจิงๆค่ะพี่น้องงงง การเรียนที่หินโหด ทรหดเหมือนฝึกnavy seal ยังไงอย่างนั้น

2.ผมทรงใหม่ที่ไม่ต้องเสียตังค์ไปทำ

นานๆไป สีผม + ทรงผมของคุณนั้น จะเปลี่ยนไปอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะสีผมที่ไม่ต้องไปเสียตังค์กัดสีผมให้ลำบาก มันขาวของมันเอง 555+ มันมาจากเครียดค่า เครียด เรียนหนักไปไหน รวมทั้งผมทรงใหม่ที่ไม่ต้องไปเสียเวลายี เพราะฟูฟ่องของมันเอง ...จะเอาเวลาที่ไหนเข้าร้านทำผมฟร่ะ

3.หุ่นที่ฟิต + เฟิรม์

โดยเฉพาะตรงกล้ามแขนนี่แหล่ะ แบกหนังสือตั้งเท่าบ้าน เดินระยะสั้นจากห้องสมุดไปที่คณะ ระยะยาวจากมหาลัยไปบ้าน แล้วที่เลวร้ายสุด ขาแบกมาคืนน้ำหนักเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพราะทยอยๆขนมา แต่คืนให้คราวเดียว ...กล้ามไม่ขึ้นให้มันรู้ไป

4.ผิวสี

แน่นอนค่า ว่าผิวสีนี้ได้มาจากการออกภาคสนาม ตากแดดมันเข้าไปสิ กลับบ้านมาพ่อแม่จำแทบไม่ได้ นึกว่าเงาะที่ไหนหนีเข้าเมืองมาที่บ้าน ครีมกันแดดสูงไปถึง5แสนก็เอาไม่อยู่ ก็ดี โผล่มาแบบสาวโตเกียว คล้ำ ดี

5.มิตรภาพหลากหลายรูปแบบ

แน่นอนว่าเพื่อนมหาลัยเนี่ยต่างกับระดับมัธยมมาก คือมันไม่สนิทแนบแน่นเท่ากับสมัยมัธยมเท่าไหร่ หรือจะสนิทกันก็เป็นไปในรูปแบบ ที่ผ่านความลำบากมาด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันก็ยังมีกำแพงบางๆกั้นระหว่างเพื่อนมหาลัยอยู่ดี ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเราข้ามมันไปได้ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมันคงจะดีขึ้นแน่นนอน

6.เกมเซอร์ไวเวอร์ของแท้และแน่นอน

เป็นเกมคนจริงชีวิตจริงที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ว่ะ ฮ่า ฮ่า

ในสมัยมัธยมเราจะมีครูที่ปรึกษา พ่อแม่ เป็นเบื้องหลังให้พวกเรา มีปัญหาอะไร คุณๆเหล่านี้สามารถช่วยเราได้เสมอ แต่ในมหาลัย มันไม่อย่างนั้นหรอกน่ะ

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น ครูบาอาจารย์เค้ามีหน้าที่แค่สอนตามวิชาที่กำหนดมาเท่านั้นแหล่ะ ไม่ได้มามีความเข้าใจอะไรในตัวนักศึกษาหรือ เข้ามาช่วยเหลืออะไรเราได้มากมาย พ่อแม่อีกเหมือนกัน ...ไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องปัญหาในมหาลัยได้เลย ...แม้กรทั่งจะทำเรื่องลาออกก็เถอะ ทำเองหมดน่ะค่ะ

เพราะงั้นการที่จะเป็นเด็กมหาลัยได้ ต้องรู้จักพึ่งตัวเองให้เป็น อย่าไปหวังพึ่งใคร แม้กระทั่งเพื่อน เพราะเพื่อนมันก็มีปัญหาในแบบของมันเหมือนกัน

7.ฝึกวิ่งไปในตัว

4 ปีนี้ เป็นช่วงเวลาของการฝึกความอดทน...อย่างมากกกกกกกก เพราะมหาลัยรัฐเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย การทำเรื่องขออะไรก็แล้วแต่ มันค่อนข้างที่จะใช้เวลานาน และผ่านหลายขั้นตอน ไม่มีจุด วันสต็อป - เซอร์วิซ แต่อย่างใด เพราะงั้นจะยื่นเรื่องอะไร อยากได้เร็วต้องไปวิ่งเอง รอให้พวกพี่ๆเจ้าหน้าที่เค้าทำให้ คงรอกันเหนื่อยอ่ะน่ะ

8.หมีแพนด้า

ของแถมจากการเข้ามหาลัยรัฐได้คือ ได้หมีแพนด้ามาเลี้ยงในบ้านหนึ่งตัว อาจจะงง ว่ามายังไง ลองส่องกระจกดูมั้ย มันอยู่ในนั้นแหล่ะ

นอนดึกมันได้ทุกวัน ไม่ตาดำคล้ำกันยังไงไหว วันไหนไม่ทำรายงานจนถึงฟ้าสาง ก็นั่งอ่านหนังสือสอบแบบมาราธอน ซึ่งอ่านหนักยิ่งกว่าตอนสอบเอ็นท์สิบเท่า

9.โรคถามหา

โรคกะเพาะเอย ไมเกรนเอย สารพัดที่มาจากความเครียด + ทั้งเวลาที่มีจำกัด จบไปได้อาชีพเภสัชอีกอย่าง จัดยากินเองซะ

10. ความอดทน

ที่บ่นๆมาทั้งนั้นทั้งนี้ มันก็ไม่ใช่เพราะใครหรอก ก็เราๆเองทั้งนั้นแหล่ะ ถ้าเรารู้จักแบ่งเวลา รักษาเวลาให้เป็น มันคงไม่ต้องลำบากอย่างนี้ เพราะงั้น มหาลัยทุกมหาลัยมีคุณค่า และความดีอยู่ในตัวมันเอง แต่มันจะให้คุณให้โทษ ขึ้นอยู่กับเราทั้งนั้นแหล่ะ เพราะงั้น ตัวเองเป็นสิ่งที่กำหนดให้ดีที่สุด ถึงแม้คุณจะเข้ามหาลัยดังที่สุดในประเทศได้ แต่เรียนๆเล่นๆ ไม่เอาจริง มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

เพราะงั้น...แค่ตัวเองก็พอแล้ว

2007/Feb/28

ประกาศๆ ข้าพเจ้าโดนทิ้งเจ้าค่า

ช่วงนี้เป็นเวรเป็นกรรมไรไม่รู้ คบใคร ก็พากันทิ้งฉันหมดเลยยยยย

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นน้อง แม้กระทั่งเจ้าปลาทู (นังแมวแพศยามารศรี) อันนี้คือความเจ็บปวดแสนสาหัส ที่แมวสุดที่รัก ที่ยอมให้มันขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกัน (...ยังไม่เคยเลยน่ะเว้ยเฮ้ย) กินก็แทบจะป้อนกันถึงปาก อึมันฉันยังล้างก้นให้เลยยยย แต่อีนังปลาทูมันกล้ามากกกก มันทิ้งฉ้นนนนนน

สาเหตุมาจาก วันนั้นไปเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน แค่เพียงสองคืนเท่านั้นนนนนน ที่ปลาทูไม่ได้ขึ้นมานอนด้วย เพราะไม่อยู่บ้าน ให้มันอยู่กับแมวที่บ้านอีกสองตัว ปรากฏว่ากลับมา นังปลาทู มันไปนอนกกอยู่กับแมวอีกสองตัว ไม่สนใจฉันเลย ฮืออออ

ตอนนี้ก็เลย แยกวงกัน ตัวใครตัวมัน นอนกันคนละที่ไปเลยป่ะ เชอะ แต่มันก็ยังเดินมาเล่น มาอ้อนเรื่อยๆน่ะแหล่ะ ...แต่เจ็บใจมันกล้าทิ้งฉัน

หลังจากที่โดนมาเยอะจากคนรอบข้าง ตอนนี้เลยแบบ...เคืองฟ่ะค่ะ เคืองมากด้วย...เคืองกระทั่งคนยันแมว นอยยยยยยย

ไม่เข้าใจ ทำไมคนชอบทำร้ายจิตใจฉัน เห็นฉันเป็นคนโกรธไม่เป็นใช่มั้ย แต่ก็เอาเหอะ อยากทำอะไรก็ทำ เพียงแต่...ถ้ามันรู้สึกเคืองกันไปแล้ว บอกก่อนเลยน่ะ ให้ตายก็กลับไปเหมือนเดิมไม่ได้ นี่แหล่ะ ฉันล่ะ

เพราะงั้น...อย่าพยายามเลย ไม่มีอีกแล้ว พอล่ะ ยังไงก็ไม่เหมือนเดิม

แต่ยังไงซะ ฉันก็ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจหันหลังออกมาก่อนก็แล้วกัน

จบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

2007/Feb/09

วันเกิดยุนโฮ

...ที่ผ่านมาแล้วสามวันได้ 555+ ไม่รู้สิ ไม่ได้เขียนอวยพรสุดที่รักในนี้มันก็ยังไงๆอยู่อ่ะน่ะ ก็เลยเอาสักหน่อย

ทำอะไรให้มันเป็นทางการกันสักหน่อย

ยุนโฮ... สำหรับชาวแคสิโอเปีย เขาคือหัวหน้าวงผู้รับผิดชอบสูง เสียสละและทุ่มเทให้แก่วง

ยุนโฮ... สำหรับเรา 555+ เป็นผู้ชายที่อบอุ่น (ไม่ได้ดูจากหุ่นและไขมันหรอกน่ะ) สามารถฝากความหวังต่างๆไว้กับเค้าได้ ถ้าแบบมีคนมาถามว่าแว่บแรกที่เห็นดงบังชินกิปรากฏตัวขึ้นมาครั้งแรก 5 คน สายตาแรกของเราพุ่งไปที่ใคร...ก็พุ่งไปที่ผู้ชายเสื้อเขียวในชุดรักบี้ กับเขี้ยวน่ารักๆนั้นไง เตะลูกรักบี้เข้าตากันเลยทีเดียว 555+ ตอนแรกยอมรับว่าใช่ว่ามองยุนแว่บแรกเพราะหล่อ แต่ไปๆมา มันไม่ใช่แค่นั้นไง เรื่องมันเริ่มๆมาจากรายการต่างๆที่ไปตามถ่ายดงบังต่างๆ จนกระทั่งรายการ prank on Yunho นี่แหล่ะค่ะที่ทำให้แบบ เฮ้ย ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีแค่หน้าตาเว้ยเฮ้ย มันแมนนนน มันคนดี มันเถื่อนนิดๆ 555+ หลังจากนั้นยุนโฮก็ตอกย้ำด้วยการกระทำหลายๆอย่างว่า...เราเลือกรักคนไม่ผิดน้า ถ้าจะให้มานั่งแจกแจงว่าอะไรในตัวยุนโฮบ้างที่ทำให้ชอบกันอย่างนี้ คงนานอ่ะน่ะกว่าจะบอกเล่ากันหมด เพราะยุน...ทำวีนกรรมไว้เยอะเกินไปมั้ย แค่รอยยิ้มที่มีให้แก่แฟนเพลงคนหนึ่งในแต่ละวัน...มันก็เยอะแยะมากเลยน่ะ เพราะงั้นให้จำกัดความสั้นๆก็คือ ผู้ชายคือ U-Know Yunho ไง...รู้จักเค้ามั้ย?

Happy BirthDay To Yunho ^O^

คงไม่มีพรอะไรจะดีไปกว่า ขอให้สุขสมหวังในทุกสิ่ง จุดมุ่งหมายข้างหน้า ที่วาดหวังเอาไว้ก็ขอให้ไปให้ถึง...ยังไงเมื่อหันหลังมาก็ยังมีแฟนๆอย่างพวกเราคอยดูอยู่น่ะ สู้ต่อไป

ส่วนเรื่องที่อยากให้ยุนโฮมีมากที่สุดในตอนนี้ คือสุขภาพ ขอให้สุขภาพแข็งแรงน้า อย่าเจ็บ อย่าปวด อย่าเป็นอะไรไปอีกเลย 555+ (ใจไม่ดีว่ะ)

แล้วก็ขอให้ยุนเป็นดงบังชินกิไปจนแก่เลย 555+

*****

นู๋ชื่อปลาทู

นี่คือโฉมหน้าเหยื่อรายล่าสุด เอ้ย สมาชิกเบอร์ล่าสุดของที่บ้านคร้า

หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูม่ะ เห็นอย่างนี้น่ะ สุดๆของความซน และขี้อ้อนเลยทีเดียว ปลาทูเป็นแมวเพศเมีย(?)...อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจแหะ มองไม่ค่อยออกอ่ะ 555+ อายุ จะสามเดือนล่ะ ขนสีขาว ตาสีฟ้า นิสัยไฮเปอร์มาก นอกจากเล่นเด้งไปเด้งมาได้เพียงตัวเดียวแล้ว ความสามารถพิเศษคือหลังจากตื่นจากหลับ ก็สามารถวิ่งไปเล่นได้ในทันที

บอกตามตรงเลยน่ะว่าปกติแล้วไม่ชอบแมว ไม่เคยชอบเลย ถึงแม้จะมีเลี้ยงๆไว้ แต่ไม่เคยแบบเอามากอดรัดฟัดเหวี่ยงเลย แต่พอเจอเจ้าปลาทูเข้า หลงเลย แมวบร้าอะไรมันดีดดิ้นได้อย่างนี้ ปลาทูเป็นแมวสู้ชีวิตที่แม่เป็นคนไปเก็บมาจากวัด ขณะที่ปลาทูกำลังวิ่งหนีฝูงหมาที่วัดอยู่ แต่พอมาที่บ้านก็ต้องเจอกับด่านสำคัญคือแม่แมว 1 ตัว ลูกแมวอีก 1 ตัว หมาอีก 2 ปลาทูเลยก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสมาชิกทั้ง 4 แต่กว่าจะเข้ากันได้ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 2 - 3 วัน แลกกับโดนตะบบ + โดนขู่ แต่ปลาทูก็ผ่านมาด้ายยยยย

ส่วนที่มาของชื่อปลาทูนั้น มันเริ่มมาจากเจ้าเหมียวตัวนี้มันไปกินข้าวแล้วขึ้นมาเล่นกันกับเรา แต่กลิ่นตัวมันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นปลาทู ก็เลยน่ะ ชื่อแกชื่อนี้ไปเลยยยย

โชคดีน้า ปลาทู


edit @ 2007/02/09 21:58:12